
ในสถานะการณ์ที่กรุงเทพกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมก็ถือว่าลำบากแล้วแต่อีกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจากน้ำท่วมครั้งนี้คือ "สิ่งปฏิกูลที่มากับน้ำ" ซึ่งมันส่งผลให้คุณภาพของน้ำดีกลายเป็น "น้ำเน่าเสีย" ส่งกลิ่นและนำมาซึ่งโรคร้ายมากมายจนประเด็นเรื่องการนำ "จุลินทรีย์มาบำบัดน้ำ" กลายเป็นเรื่องที่นำมาถกเถียงกันในสังคมอย่างกว้างขวางในทำนองทั้งด้านลบและด้านที่เป็นประโยชน์ และเพื่อให้คนเมืองที่ห่างไกลกับเรื่องเหล่านี้ได้เข้าใจเราจึงต้องมาทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมโลกของเรานี้ให้ถ่องแท้...อย่าลืมนะครับว่าสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่เกิดขึ้นในโลกนี้คือสิ่งมีชีวิตประเภทจุลินทรีย์นี่เอง
ความสับสนในคำบอกเล่า และข้อเท็จจริง
คุณก็คงจะเป็นอีกคนหนึ่งที่อาจจะกำลังติดตามบทสรุปจากนักวิทยาศาสตร์หลายท่านที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่างๆ บอกว่ายิ่งใช้ยิ่งทำให้น้ำเน่าเสีย ในขณะที่กลุ่มคนที่ส่วนหนึ่งที่ใช้จุลินทรีย์ทำประโยชน์เสมือนหนึ่งว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวมานานนับสิบปีบอกว่าส่วนหนึ่งนั้นจริง แต่อยากให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อประชาชนให้ครบถ้วนทุกมิติ ซึ่งหมายความว่ายังมีข้อมูลส่วนหนึ่งที่เรายังไม่ทราบและคุณพร้อมจะทำความกระจ่างหรือยัง?
จุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ร่วมกับทุกๆ ชีวิตบนโลกนี้
"คุณจะเชื่อหรือไม่ว่าในร่างกายคุณก็มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่?" ซึ่งเราอาจจะรู้จักมันในชื่อ "แลคโตบาซิลัส" รสชาติอร่อยที่หลายคนชอบดื่มเป็นประจำทุกวัน พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่คอยทำหน้าที่ให้คุณกับร่างกาย และก็ยังมีจุลินทรีย์อีกหลายสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งส่วนหนึ่งก็นำมาใช้กับการเกษตรกรรมธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ เป็นต้น และเพื่อให้เราเข้าใจมากขึ้นจึงต้องมาดูชนิดของจุลินทรีย์กันต่อ
การแบ่งประเภทของจุลินทรีย์
- เชื้อไวรัส เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กที่สุด กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่มีกำลังขยายเป็นหมื่นเท่าจึงจะมองเห็นสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ได้ เนื่องจากมันต้องอาศัย และแบ่งตัวภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเท่านั้นมนุษย์จึงยังไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ด้วยอาหารภายนอก จุลินทรีย์ประเภทนี้เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทุกประเภทในรูปแบบของโรคชนิดต่างๆ ทั้งคน สัตว์และพืช
- เชื้อแบคทีเรีย สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบธรรมดา บางชนิดสังเคราะห์แสงได้เองและส่วนใหญ่จะมีหน้าที่หลักคือเป็นผู้ย่อยสลายซาก สิ่งมีชีวิต และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ในธรรมชาติ
- เชื้อรา มีขนาดใหญ่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จากข้อมูลศึกษาพบว่ารามีรูปร่างสองแบบ ราแบบรูปกลมซึ่งเราจะเรียกมันว่ายีสต์ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์จะบริโภคสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ผ่านขนมปัง เหล้า หรือไวน์ และราในรูปแบบสายซึ่งเราเรียกมันว่าเห็ด ทั้งนี้ราจะมีรูปร่างเป็นลักษณะไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ
- สาหร่ายเซลล์เดียว และจุลินทรีย์ประเภทนี้ถือเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกของโลกเพราะพวกมันสามารถสังเคราะห์แสงได้เองจึงถูกจัดให้เป็นผู้ผลิตระดับแรกของห่วงโซ่อาหาร
ประโยชน์ของจุลินทรีย์ในฐานะผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ
มาทำความเข้าใจกันต่อในประเด็นตั้งต้นที่กำลังเป็นที่วิภาควิจารณ์ในขณะนี้ซึ่งบทสรุปจากนักวิทยาศาสตร์บอกว่าไม่ควรนำจุลินทรีย์มาใช้เพราะยิ่งเป็นสาเหตุให้น้ำเสียมากขึ้น เราก็ต้องถามต่อว่าทำไมล่ะ? และต่อไปนี้คือเหตุผลในอีกแง่มุมหนึ่งซึ่ง Greenlattes ได้ทำการสรุปมาจากผู้ที่ใช้จุลินทรีย์ในชีวิตประจำวันมาตลอดนับสิบปี ซึ่งให้ข้อมูลว่าจริงๆ แล้วที่นักวิทยาศาสตร์บอกมานั้นถูกต้องเพียงส่วนหนึ่งและข้อมูลอีกส่วนหนึ่งยังบอกประชาชนไม่หมดถึงสาเหตุที่ยิ่งใช้ก้อนจุลินทรีย์ในกรุงเทพแล้วทำให้น้ำเสียเพราะเหตุผลดังนี้
- ปกติในน้ำธรรมชาติจะมีจุลินทรีย์ทั้งที่อาศัยอยู่ได้โดยไม่ต้องการอ็อกซิเจนมากนัก และอีกชนิดต้องการอ็อกซิเจนอย่างเพียงพอ จุลินทรีย์ประเภทแรกนั้นจะอาศัยอยู่ได้ในระดับน้ำลึกและใช้อ็อกซิเจนน้อยมากในกระบวนการย่อยสลาย ขณะที่จุลินทรีย์ที่เรานำมาใช้ต้องการอ็อกซิเจนในระดับปกติในกระบวนการย่อยสลายสิ่งปฏิกูล และเมื่อเรานำก้อนจุลินทรีย์มาโยนลงไปในน้ำเพื่อหวังให้พวกมันช่วยบรรเทาปัญหาแต่กลับเป็นการเพิ่มปัญหาเพราะพวกมันได้ตายลงเนื่องจากไม่มีอากาศไว้หายใจ จุลินทรีย์ประเภทแรกจึงทำงานและปล่อยของเสียออกมาในรูปของก๊าซที่มีกลิ่นแรงอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในคลองแสนแสบทุกวันนี้
- สภาพน้ำในท่อระบายน้ำและในคลองของกรุงเทพมีสารโลหะหนักหลายประเภทปนเปื้อนมากกว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายเท่าตัว โดยสารโลหะหนักเหล่านี้จะซึมเข้าสู่เซลล์ของจุลินทรีย์ที่เรานำมาใช้ซึ่งก็หมายความว่าพวกมันจะตายลงอย่างรวดเร็ว และซากของพวกมันยิ่งเพิ่มภาระให้กับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น
- ประชาชนไม่ได้รับข้อแนะนำอย่างถูกต้องในการนำมาใช้ประโยชน์ โดยส่วนใหญ่แล้วหลังจากได้รับแจกก้อนจุลินทรีย์มาสิบก้อนก็จะโยนลงน้ำทั้งหมดโดยหวังให้คุณภาพน้ำดีขึ้นซึ่งจริงๆ แล้วจุลินทรีย์หนึ่งก้อนสามารถย่อยสลายสิ่งปฏิกูลได้ในพื้นที่ประมาณ 9-10 ตารางเมตรในระดับน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร แต่หากใช้มากเกินไปน้ำก็ยิ่งเน่าเพราะอ็อกซิเจนในน้ำมีไม่พอให้จุลินทรีย์นำมาใช้ในกระบวนการย่อยสลาย
สรุปวิธีการนำก้อนจุลินทรีย์มาใช้บรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียในบ้าน
- ความสูงของน้ำไม่ควรเกินหนึ่งเมตร
- จุลินทรีย์หนึ่งก้อนสามารถย่อยสลายสิ่งปฏิกูลครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร
- กรณีน้ำเน่าเสียมากให้พ่นผิวน้ำด้วยน้ำจุลินทรีย์ลงไป และอัดอากาศอ็อกซิเจนให้น้ำด้วยวิธีที่คุณสามารถทำได้
- ติดตามการให้ผลด้วยการสังเกตุสีของน้ำ และกลิ่นต้องเบาบางลง
- ระยะเวลาการให้ผลขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ ซึ่งจากกรณีศึกษามีระยะเวลาเริ่มให้ผลภายใน 48 ชั่วโมง
กรณีศึกษาการนำก้อนจุลินทรีย์มาใช้บำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการที่เหมาะสม
พื้นที่ประมาณหนึ่งไร่เศษของสะพานปลาบ้านสลักคอก และบ้านสักเพชร จังหวัดจันทรบุรี ซึ่งมีซากสิ่งมีชีวิตเน่าเสียผสมกับสิ่งปฏิกูลจากมนุษย์สะสมในน้ำมานาน เมื่อทำการทดลองโดยหย่อนก้อนจุลินทรีย์ลงในน้ำซึ่งเดิมผิวน้ำมีสีดำส่งกลิ่นเหม็นไกลกว่า 500 เมตร จำนวน 30 ลูกร่วมกับการฉีดพ่นผิวน้ำด้วยจุลินทรีย์และปั้มน้ำให้กระจายตัวเพื่อเพิ่มอ็อกซิเจนให้กับน้ำ พบว่าภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงแรกน้ำใสขึ้นเล็กน้อย และหลังจากนั้น 48 ชั่วโมงน้ำในคลองดังกล่าวก็กลับใสจนสามารถมองเห็นท้องน้ำที่ลึกกว่า 80 เซ็นติเมตร และกลิ่นเหม็นก็หมดไป คุณผู้อ่านดูรูปประกอบนะครับ



รายละเอียดเพิ่มเติม: www.farmrachan.com
ข้อมูลจากกรณีศึกษาในพื้นที่ทดลองจริงในจังหวัดจันทรบุรี และเหตุผลเพิ่มเติมทั้งหมดต้องการบอกคุณผู้อ่านว่า จุลินทรีย์ก็ยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนเดิมแต่ "ผลจากการกระทำของมนุษย์เรานี่เอง" ที่กำลังสร้างความสับสนและทำยิ่งทำร้ายสิ่งแวดล้อมทำร้ายเพื่อนของเราในธรรมชาติจนพวกมันต้องตายลงจึงส่งผลให้สภาพน้ำเสียที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ยากจะเยียวยา
โปรดทราบ :
1. โปรดแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้านี้โดยใช้วิจารณญาณอย่างสุภาพชน
2. ภาพประกอบส่วนหนึ่งนำมาจาก Greenlattes's partners & Friends กรณีเป็นภาพลิขสิทธิ์ของคุณ และไม่ต้องการให้ถูกเผยแพร่ โปรดแจ้งมาที่ info(at)greenlattes.com เพื่อดำเนินการต่อไป
เน้นย้ำ : การใส่ลิงค์ถึงเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาระบบจะถือว่าเป็นสแปม โดยจะลบความคิดเห็นของคุณทันที
If you find your image here without proper credit, or want your image removed, please inform by mailing to
info(at)greenlattes.com











